วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย อำเภอเมือง จังหวัดสุมทรสงคราม (จบ)

พระครูวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) วัดพวงมาลัย อำเภอเมือง จังหวัดสุมทรสงคราม (จบ)

หลวงพ่อแก้ว นำใบลานมาตัดเป็นชิ้นๆ ขนาดประมาณ 5-6 นิ้ว แล้วจึงนำไปผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำมาลงอักขระบนใบลาน

ตะกรุดใบลานของหลวงพ่อแก้ว ลงอักขระด้วยตัวขอม อ่านได้ว่า "ภู ภิ ภู ภะ" ล้อมรอบด้วยตัว "มิ" ไว้ตรงกลางประกอบด้วยอักขระหนุนตามสมควร

สำหรับคาถาในการอาราธนาตะกรุดใบลานบังปืนนั้น ให้ตั้งนะโมสามจบ แล้วเอาตะกรุดจบที่หน้าผากว่าคาถา ดังนี้

"ภูภิ ภูภะ อะมิ อุทถัง อัดโธ นะโมพุทธายะ"

เมื่อคาดเข้าติดตัวให้ว่าคาถาเวลาผูกปมเชือก ดังนี้

"ภูภิ ภูภะ อะมิ มิมังกายะพัทธนัง อธิษฐานมิ"

ในการสังเกตตะกรุดของหลวงพ่อแก้ว มีทั้งแบบที่สร้างอย่างธรรมดา และที่สร้างขึ้นแบบลงรักปิดทองร่องชาด และแบบจุ่มรักลงไปแล้วผูกเชือกด้วยก็มี

การสังเกตว่าเป็นตะกรุดใบลานบังปืนของหลวงพ่อแก้ว ให้สังเกตการม้วนใบลานที่ประณีต และการมัดเชือกด้วยความพิถีพิถัน มีการตัดปลายอย่างเรียบร้อยทุกดอก

นอกจากนี้ ความฉ่ำเก่าของใบลาน ซึ่งของแท้ต้องมีสีเหลืองฉ่ำ และไม่เก่าเพราะการอบควันมาอย่างเด็ดขาด



ในปี พ.ศ.2459 ได้จัดสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนของหลวงพ่อแก้วขึ้นมา เหรียญปั๊มรูปเหมือน พระวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) นั้น มีด้วยกัน 2 บล็อค กล่าวคือ บล็อคหนึ่ง คือ บล็อควัด อันเป็นบล็อคนิยม หรือพิมพ์นิยม และอีกบล็อคหนึ่ง คือ บล็อควัง วังที่ว่าคือ วังบูรพา ของสมเด็จกรมพระยาภาณุพันธวงศ์วรเดช ซึ่งทรงเคารพนับถือพระวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร)

เพราะ "บล็อควัง" นั้นทางเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในวังบูรพาได้ให้ช่างแกะพิมพ์จัดสร้างขึ้นมา เหมือนกับ "บล็อควัด" จะแปลกแตกต่างไปจากกันตรงเส้นสายลายเส้นเท่านั้น และมีบางท่านกล่าวว่า เหรียญบล็อควังนั้นไม่ทันพระวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) แม้บนเหรียญจะระบุว่าสร้างปี พ.ศ.2459 ก็ตาม ด้วยเหตุดังกล่าวความนิยมจึงลดหลั่นจากเหรียญบล็อควัดไป

แต่ความสวยงามของแบบพิมพ์แล้ว "บล็อควัด" สู้ "บล็อควัง" ไม่ได้แน่นอน

เหรียญปั๊มรูปเหมือนพระวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) เป็นเหรียญรูปไข่ใหญ่ สร้างด้วยเนื้อทองแดง

ด้านหน้า ตรงกลางเป็นรูปเหมือนพระวินัยธรรม (แก้ว พรหมสโร) นั่งท่าสมาธิเต็มรูป รอบรูปเหมือนเป็นลายช่อดอกไม้แบบพวงมาลัย เหนือศีรษะเป็นตัว "อุณาโลม" พร้อมอักขระขอบโดยรอบขอบว่า "พุทยัด ธาปิด ยะอุด นะอุด โมอัด" และปี พ.ศ. ที่สร้าง "๒๔๕๙"

ด้านหลัง เป็นอักขระขอม โดยตรงใต้หูเหรียญเป็นตัว "อุณาโลม" ตรงกลาง คือ "ภู ภี ภุ ภะ" ส่วนแถวล่างนั้นเป็นนามฉายาว่า "พรหมสโร"

ปี พ.ศ.2459 นอกเหนือจากสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนแล้ว ยังได้สร้างเหรียญปั๊มรูปพระพุทธขึ้นมาด้วย ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับเหรียญปั๊มรูปเหมือน หากด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปจำลองพระพุทธปฏิมากรปางสมาธิ

ในปี พ.ศ.2460 ยังได้นำเหรียญปั๊มรูปเหมือนบล็อควัดไปถอดแบบ แล้วหล่อขึ้นเป็นเหรียญหล่อ ออกที่วัดเขาอีโก้ จังหวัดเพชรบุรี

ส่วนเหรียญหล่อพระพุทธนั้น ชาวบ้านได้พากันนำทองเหลือง ทองแดง มาบริจาคร่วมสร้าง เมื่อปี พ.ศ.2460 มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์เศียรแหลม และ พิมพ์เศียรโล้น

ด้านหน้า เป็นรูปองค์พระพุทธปฏิมากรปางสมาธิ ประทับบนอาสนะฐานบัวเม็ด มีอักขระขนาบข้าง

ด้านหลัง เป็นอักขระยันต์อ่านว่า "อุดธัง อัดโธ นะ โม พุท ธา ยะ นะ มะ พะ ธะ นะ อุด โม อัด"

เหรียญมีกระแสเนื้อออกเหลืองอมแดง เป็นเหรียญที่สร้างขึ้นจากการหล่อ พื้นผิวติดไม่ชัดเท่าที่ควร แต่ก็มีความงามในอีกมิติหนึ่ง

การพิจารณาจึงจำเป็นต้องดูเนื้อหาความเก่า และกระแสโลหะ ตลอดจนพิมพ์ทรง

ยังมีเหรียญหล่ออีกพิมพ์หนึ่ง ที่นักสะสมพระเครื่องเรียกขานกันว่า "เหรียญข้ามฟาก" แท้จริงคือ เหรียญหล่อใบสาเกเล็ก ซึ่งต่อมาหลวงพ่อบ่ายได้ถอดพิมพ์สร้างขึ้นในห้วงระยะที่ท่านได้ข้ามฟากกลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม เมื่อปี พ.ศ.2464 โดยก่อนหน้าได้ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดพวงมาลัย

เหรียญหล่อใบสาเกเล็กของหลวงพ่อแก้ว ได้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2459-2460 เพื่อสมนาคุณแก่ผู้บริจาคร่วมสร้างอุโบสถหลังใหม่ของวัดพวงมาลัย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น